มารู้จักกับการพัฒนาเด็กเล็กด้วยวิธี EF ที่มีประสิทธิภาพ

พัฒนาการ

การพัฒนาเด็กเล็กด้วยการใช้วิธี EF นั้นเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เด็กฉลาดและเก่งยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสร้างความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กอีกด้วย ซึ่งวิธีการนี้เป็นที่นิยมมากในหลาย ๆ ครอบครัวที่มีลูกน้อยที่อยู่ในวัยเติบโตและกำลังเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในบทความนี้จึงมากล่าวถึงวิธีการพัฒนาเด็กเล็กด้วย EF ให้ทุกคนรู้จักเพื่อนำไปใช้กับบุตรหลานของแต่ละคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความหมายของ EF

EF หรือก็คือ Executive Functions คือกระบวนการคิดที่ทำงานด้วยการใช้สมองส่วนหน้า ซึ่งเป็นสมองที่มีความเกี่ยวข้องทางด้านความรู้สึก ความคิด การกระทำ ยกตัวอย่างเช่น การควบคุมอารมณ์ การไตร่ตรองสิ่งต่าง ๆ ความมุ่งมั่น การตั้งเป้าหมายเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องการจะทำ การวางแผน ความยับยั้งชั่งใจ การเรียงลำดับความสำคัญ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์ทุกคนเพื่อให้ประสบความสำเร็จทั้งในเรื่องของการใช้ชีวิต การเรียน และการทำงาน โดยทักษะ EF นี้ สามารถเรียกได้อีกอย่างตามนักวิชาการระดับโลกว่า IQ อย่างที่หลายคนคุ้นเคยกันนั่นเอง โดยทักษะนี้จะใช้ฝึกกับเด็กที่มีอายุช่วง 3 ปีถึง 6 ปี จะเป็นการพัฒนาในช่วงเวลาที่ดีที่สุด สามารถพัฒนาได้มาก หากพ้นจากวัยนี้ การพัฒนาทักษะ EF ก็จะได้ผลน้อยลง หรือก็คือเด็กวัย 3-6 ปีนี้ เป็นวัยที่มีการพัฒนาดีที่สุด

วิธีการพัฒนา EF ให้กับเด็กเล็ก

ในการพัฒนา EF ให้เด็กเล็กนั้น คนที่เป็นพ่อแม่จะมีบทบาทเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดมากที่สุด ซึ่งวิธีการทำให้ลูกมีทักษะทางสมองที่ดี ฉลาด สามารถทำตามแนวทางดังต่อไปนี้

  • สร้างความผูกพันระหว่างเด็กและพ่อแม่หรือครู 
  • ให้เด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สะอาด สงบ ซึ่งมีสิ่งที่กระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้ด้วยหนังสือหรือของเล่น
  • ให้โอกาสได้เรียนรู้โดยการลงมือทำ
  • เลี้ยงดูให้นอนหลับเพียงพอและกินอิ่ม
  • ให้ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • ฝึกการรอคอยและความอดทนให้กับเด็ก
  • ฝึกให้รับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน
  • ส่งเสริมให้ทำงานบ้านเท่าที่ทำได้
  • สอนให้มีสติ คิดก่อนจึงค่อยลงมือทำ
  • สอนการควบคุมตัวเองในเรื่องของอารมณ์
  • สอนให้สามารถพึ่งพาตันเองได้ซึ่งต้องเหมาะสมกับวัยด้วย
  • สอนให้สามารถจัดการกับความเครียดของตนเอง
  • เล่านิทานให้ฟังอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงเรื่องราวต่าง ๆ 
  • พาออกไปข้างนอกเพื่อเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัว เพื่อกระตุ้นให้เกิดความคิดมากขึ้น
  • เลือกเกมหรือของเล่นที่ช่วยในการจำหรือการใช้สมาธิ
  • เสริมทักษะด้วยกิจกรรมต่าง ๆ เช่น งานศิลปะ ดนตรี กีฬา 

จากบทความนี้จะทำให้คนที่มีหน้าที่เลี้ยงเด็กรวมถึงพ่อแม่มือใหม่สามารถนำมาใช้กับเด็กเล็กที่อยู่ในวัยเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเด็กคืออนาคตของชาติ จึงต้องเลี้ยงดูด้วยความใส่ใจ ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ เพื่อให้เด็กสามารถคิดเอง เรียนรู้เองได้ อีกทั้งยังรู้จักจัดการกับเรื่องต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย 

Related Post

พัฒนาการ

วิธีการกระตุ้นให้เด็กน้อยพูด มีอะไรบ้าง ไปดูกันวิธีการกระตุ้นให้เด็กน้อยพูด มีอะไรบ้าง ไปดูกัน

ในการกระตุ้นให้เด็กสามารถพูดได้ ซึ่งอยู่ช่วงวัยกำลังหัดพูดแต่บางครอบครัวมีปัญหาเรื่องของการที่ลูกน้อยไม่พูดไปตามวัย จึงต้องมีวิธีกระตุ้นเพื่อให้เด็กพูดออกมา โดยมีอยู่หลากหลายวิธีด้วยกันให้นำมาใช้กับบุตรหลานของพวกคุณ บทความนี้จะมากล่าวถึงวิธีช่วยกระตุ้นเด็กเล็กให้พูด ว่ามีวิธีอะไรบ้าง ทำไมการทำให้เด็กพูดได้จึงสำคัญ หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่า เด็กจะพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไปตามวัย ไม่จำเป็นต้องกระตุ้นให้พูดก็ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากไม่ทำให้เด็กพูดตามวัยที่เหมาะสมแล้ว เด็กจะไม่อาจพูดออกมาได้เมื่อเลยวัยนั้น ๆ และไม่รู้จักการพูดว่าเป็นอย่างไร ต้องเริ่มพูดแบบไหน จนกลายเป็นเด็กที่พูดไม่เป็น การใช้วิธีกระตุ้นให้พูดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และคนเลี้ยงเด็กไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องใส่ใจเป็นอย่างมาก เพื่อให้เด็กน้อยเติบโตขึ้นมาได้อย่างมีคุณภาพและมีอนาคตที่สดใส ไม่เกิดปัญหาเกี่ยวกับการพูดในภายหลังเมื่อโตขึ้น ซึ่งวิธีกระตุ้นให้เด็กพูดนั้น จะกล่าวถึงในหัวข้อถัดไป วิธีกระตุ้นให้เด็กพูดทั้ง 10 วิธี สำหรับวิธีที่กระตุ้นให้เด็กสามารถพูดได้ จะมีอยู่ทั้งหมด

พัฒนาการ

เรื่องราวของเด็กที่อยู่บ้านคนเดียวในโลกสมัยใหม่เรื่องราวของเด็กที่อยู่บ้านคนเดียวในโลกสมัยใหม่

ในโลกปัจจุบันนี้ ดูเหมือนว่าการทิ้งเด็กไว้ที่บ้านตลอดทั้งวันจะกลายเป็นเรื่องธรรมดามากขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาอาจจะดูทีวี เล่นวิดีโอเกม หรือเพียงแค่ท่องอินเทอร์เน็ต ปรากฏการณ์นี้เติบโตขึ้นเนื่องจากความคิดที่ว่าเด็กต้องการเวลาสำหรับตัวเองและผู้ปกครองไม่ควรที่จะเอาแต่ใจ แต่เด็กเหล่านี้ทำอะไรเมื่ออยู่คนเดียว? และผู้ใหญ่อย่างเราจะหลีกเลี่ยงสถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างไร? เป็นเรื่องปกติที่เด็กจะถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังที่บ้าน ไม่ควรปล่อยให้พวกเขาอยู่บ้านคนเดียวก่อนที่พวกเขาจะโตพอ อายุจะขึ้นอยู่กับระดับวุฒิภาวะของเด็ก ระดับความรับผิดชอบ และความรับผิดชอบที่พวกเขาได้รับที่บ้าน อาจเป็นการดีที่สุดที่จะรอจนกว่าพวกเขาจะอายุ 12 ปี จึงจะปล่อยให้อยู่บ้านตามลำพังได้ จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราปล่อยให้ลูกอยู่คนเดียว? ในอดีต การเลี้ยงลูกทำได้ง่ายกว่าเพราะไม่มีความเสี่ยงให้กังวลมากนัก เด็ก ๆ จะไม่เดือดร้อนเพราะเบื่อหรือไม่มีทางเลือกอื่น แต่ตอนนี้ด้วยหน้าจอและแอปทั้งหมดที่มีให้ จึงเป็นเรื่องยากที่จะป้องกันไม่ให้เด็ก ๆ โต้ตอบกับเทคโนโลยีเมื่ออยู่บ้านคนเดียว พวกเขาอาจเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมหรือพบกับคนแปลกหน้าทางออนไลน์ที่อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย เพื่อให้ลูก